บันทึกที่ 12
ก่อนอื่นขอโทษอย่างแรงที่ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมเยี่ยนใครเลย Y-Y
สถานการณ์ขณะเนี้ย คอมของนู๋ตุ้มโดนแม่ยืด แม่นั่งหน้าคอมเกือบทั้งวัน :P
นั่งดูหนังผ่านเน็ต และเริ่มเกิดอาการ "เบื่อ" มานอร์ได้ 2 วัน โทรไปร้องไห้กับพ่อด้วย

ตุ๋มบอก พ่อก็อาการไม่ต่างกัน มีนั่งซึม ๆ ไม่รู้ซึม เพราะสบายหู
หรือ เหงาจริง ๆ
สรุป ฉ่าน กำลังแย่งคู่สามี - ภรรยา เค้าหรือเปล่าเนี้ย

กลับมาต่อความเดิมจากตอนที่แล้วดีกว่า
ตอนช่วงที่นอนพะงาบ ๆ อยู่นั้น ตุ้มได้แต่นอนหันตะแคงข้าง
อย่างที่บอก ปัญหาที่ตามมาคือ ปวดเนื้อปวดตัว ปวดหัว เป็นตระคริว
เพราะร่างกายกดทับน้ำหนักที่ด้านเดียว กว่าจะผ่านไปได้ในแต่ละวัน
ร้องไห้แล้วร้องไห้อีก อ้วนดูจะต้องเป็นที่รองรับอารมณ์เรามากที่สุด
เพราะรู้ตัวเองดีเลยว่า "เอาแต่ใจ" มาก เวลาจะพลิกตัวที
ก็ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องร้องเรียกอ้วนตลอด แล้วถ้าเรียก 1 ครั้งแล้วยังไม่มา
ก็โมโหอ้วนอีก แต่หลังจากตะคอกอ้วนไป ก็สำนึกและขอโทษอ้วนทุกครั้งน่ะ
อ้วนก็เข้าใจ แต่ก็มีหลายครั้งที่อ้วนแสดงทีท่า น้อยใจ ออกมา
ตอนนอน ๆ สมองก็เริ่มคิด คิดไปไกล
"กลัว" กลัวว่าตัวเองจะเป็นอย่างงี้ตลอดไป แล้วจะทำยังไง
เข็ด กับการคิดที่จะมีลูกอีก
อ้วนก็พยายามพูดปลอบใจ คนต่อไป "คง" ดีขึ้น

"หวังว่าเป็นอย่างนั้น"
พอวันที่ 10 ธันวาคม
มีนัดกับ Jordmor แต่ตัวเราเองไม่สามารถเดินได้
อ้วนโทรไปแจ้ง Jordmor ถึงอาการของเรา
Jordmor เลยมาตรวจอาการเราที่บ้าน
Jordmor มาตรวจก็พูดเหมือนเดิม เด็กเอาหัวลงล็อคแล้ว
เด็กแข็งแรงดี การเต้นของหัวใจของเตเต้ ปกติ
สำหรับการเจ็บปวดของเรา อาจเป็นเพราะเป็นการตั้งครรภ์ครั้งแรก
กระดูกเชิงกรานขยายตัวสำหรับเป็นช่องทางผ่านให้ตัวเด็กออกมา
Jordmor เอาตุ๊กตา เอาแบบจำลองมีแสดงให้ดูถึงบ้านเลยน่ะ
ว่าตอนนี้ ๆ ม่านน่าจะเป็นอย่างงี้ ๆ น่ะ
เค้าว่า เค้าโทรปรึกษาแพทย์แล้ว กรณีเรา "ยังไม่สามารถ" ผ่าคลอดให้ได้ ณ ตอนนี้
คงต้องรอให้ถึงกำหนดคลอดก่อน คือ วันที่ 20 ธันวาคม
แล้วหากวันนั้นอาการของเรายังไม่ดีขึ้น เค้าจะฉีดยาเร่งคลอดและบล็อคหลังให้
หากยังคลอดเองไม่ได้อีก การผ่าคลอดจะเป็นวิธีสุดท้ายที่จะใช้กับเรา
วันนี้พึ่งวันที่ 10 เราต้องรอ อีก 10 วันเลยเหรอ
น้ำตาไหลเลย ตอน Jordmor บอกให้รอ
ทำอะไรไม่ได้ ให้นอนเยอะ ๆ อย่าพยายามเคลื่อนไหวร่างกาย
บอกตรง ๆ ตอนนั้น อยากกลับไทยมาก
เพราะคิดว่าถ้าอยู่ที่ไทย อาจจะสามารถขอให้ผ่าคลอดได้
"ม่านเป็นแค่ความคิดและความเข้าใจของตุ้มน่ะ"
พอ Jordmor กลับไป อ้วนเห็นอารมณ์ตุ้ม down มาก
เลยยกโต๊ะใหญ่ที่วางคอมออก (ม่านเหมือนโต๊ะประชุมยาว ๆ อ่ะ)
ย้ายโต๊ะออก เพื่อที่จะเอาโต๊ะญี่ปุ่นมาใส่คอมแล้วลากมาให้ตุ้มนอนเล่นคอมได้
พอได้คอม อาการเบื่อก็ดีขึ้นมาหน่อย ได้เข้าเน็ต อ่านได หาข้อมูลเกี่ยวกับกระดูกเชิงกราน
เมื่อเวลาผ่านไปอีก 2 วัน จนมาถึงวันที่ 12 ธันวา
เริ่มเดินได้แล้ว ยิปปี้ ๆ แต่เวลาเดินยังคงเจ็บอยู่
แต่ถือว่า ดีขึ้น แล้ว เริ่มนั่งได้นานขึ้น
พอนั่งได้ อาการมึนหัว ปวดหัวก็เริ่มน้อยลง
ลุกขึ้นไปอาบน้ำเองได้ ทุกวันที่ผ่านมา อ้วนต้องมาคอยเช็ดตัวให้
ถือว่าเป็นลางบอกเหตุที่ดี อารมณ์เริ่มดีขึ้น
มาคืนวันที่ 13 ธันวาคม มีอาการท้องแข็งเกือบทั้งคืน
มดลูกบีบตัวบ่อยมาก คิดว่าจะคลอกซะแล้ว
ใจเริ่มกังวลมาก เพราะพรุ่งนี้ อ้วนต้องบินไปรับแม่ที่ Oslo
กลัวว่าหากเจ็บท้องคลอดคืนนี้ พรุ่งนี้ชัวร์ ๆ อ้วนไม่ไป Oslo แน่นอน
แล้วแม่จะทำยังไง
ไม่ได้นอนทั้งคืน และก็ไม่บอกอ้วนด้วย กลัวอ้วนเป็นห่วงแล้วพาลไม่ไปรับแม่
เช้ามา อ้วนออกบ้านตั้งแต่ 8 โมงเกือบ 9 โมง บินไป Oslo
วันนี้อาการแย่มาก เครื่องบินดีเลย์มากมาย กำหนดอ้วนจะต้องกลับตอนแรกคือ
ไม่เกินบ่าย 2 แต่เครื่องดีเลย์ ประกอบกับ อ้วนใช้สิทธิ์บินโดยใช้บัตรพนักงาน
ตั๋วที่ได้เลยเป็นตั๋ว Stand by กว่าอ้วนกับแม่จะมาถึงบ้านก็ 1 ทุ่มแล้ว
วันนี้เวลาผ่านไปแบบ ใจมีแต่กังวล อาการที่เกิดขึ้นกับเราวันนี้
ส่วนนึงอาการมาจากใจเรากังวลมากกกเกินไป
"วันนี้พี่หมู Moofamily@diaryclub โทรทางไกลมาจากแคนาดามาหาด้วย"
ปลื้มซะ ขอบคุณนะคะพี่หมู

พี่หมูโทรมาอวยพรให้คลอดง่าย ๆ เสียงพี่หมูหวานนนนมากเลยคะ
ได้ยินเสียงน้องแองจี้ด้วยกำลังเล่นกับอาม่าด้วย หุหุหุ
แล้วเจ้ามดก็ส่งเสียงมาตามสาย มาเมาท์ให้หายเบื่อกันไปข้างนึง หุหุหุ
ขอบคุณทุก ๆ ความห่วงใยที่มีให้แก่กันน่ะคะ
พอแม่มา แม่ก็มานวดท้องให้เรา แม่ทำยังไงหน่า
ช้อน ๆ ท้องแล้วนวดน้ำมันสปาที่แม่เอามาจากไทยอ่ะ
อู้ย แม่เจ้า มันรู้สึกสบายมากกกเลย
แม่นวดท้องให้จนเราเผลอหลับไปเลย หรือร่างกายมันเพลียหว่า
เพราะเมื่อคืนยังไม่ได้นอนเลย
แต่รู้สึกดีมาก สบายมาก
พอวันที่ 15 ธันวา วันเสาร์ เราเริ่มเดินได้มาก ๆ แล้ว
ก็พาแม่ไปเดินห้างซื้อของเข้าบ้าน เพราะตั้งแต่เราป่วย
อ้วนซื้อแต่อาหารสำเร็จรูปเข้ามากินตลอด ตู้เย็นเราแห้งแล้งมาก
ได้ออกไปสูดอากาศข้างนอก รู้สึกดีมากมาย
เดิน ๆ แม่คอยช่วยพยุง เวลาเดินเรารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคิงคอง
เพราะท่าเดินเราเหมือนยังงั้นจิง ๆ
ถ้าจะขึ้นพาดหัวข่าว คงต้องขึ้นว่า
"อัศจรรย์ ปฏิหารย์ เพียงแม่มาเยี่ยม ลูกสาวพิการสามารถกลับมาเดินได้อีกหน"

พาดหัวข่าว "เวอร์" ไปไหมคะ หุหุหุ
เนี้ยเป็นประสบการณ์การตั้งครรภ์ที่เราจะจำไว้ตลอดเลย
แต่อย่างว่าน่ะ อาการที่จะเกิดขึ้นกับแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน
บางคนท้องไม่มีอาการแพ้ ไม่มีอาการทรมาณเหมือนอย่างเราเลย
บางคนคลอดง่าย บางคนคลอดยาก อันนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคน
อย่างกรณีที่เกิดขึ้นกับเรา หากเทียบกับคนอื่น อาจหนักกว่าบางคน
หรืออาจเบากว่าบางคนก็ได้
ฉะนั้นคนที่ผ่านมาอ่าน หากยังไม่เคยท้อง ก็อย่ากลัวว่าจำเป็นต้องเกิดขึ้นกับคุณ
เพราะแต่ละเคสไม่เหมือนกันจริง ๆ
ผ่านไป ๆ จดจำไว้เป็นประสบการณ์และจะเล่าให้เตเต้ฟังตอนเตเต้โต
พอมาวันเกิดเรา วันที่ 16 ธันวา
อย่างที่บอก หลาย ๆ อารมณ์ผ่านเข้ามา
เพราะม่านแตกต่าง จาก 30 ปีที่ผ่านมา
วันนี้เราอายุครบ 31 แล้วน่ะ จะดีใจหรือเสียใจดีว่ะเนี้ย
ทุกปี วันเกิดของทุกคนในครอบครัว จะเป็นเหมือนวันรวมตัวของคนในครอบครัว
ทุก ๆ วันแต่ละคนอาจมีภาระ เพราะก็พี่ต๋อมก็มีครอบครัวย้ายบ้านออกไปแล้ว
แต่ทุก ๆ ครั้งที่เป็นวันเกิดของทุกคนในครอบครัว
เราจะมาเจอกัน หาร้านอาหารอร่อย ๆ กินกัน ร้องคาราโอเกะ
มีความสุขดี แปลกน่ะ เชื่อไหม บางครั้ง เวลาอยู่ที่ไทย
บางครั้งยอมรับเลย เกิดความรู้สึก เบื่อ ๆ บางครั้ง เพราะมีบางปีที่รู้สึกว่า
วันเกิดแล้วอยากไปแดนซ์กับเพื่อน ๆ เพื่อน ๆ ชวน เฮ้ยวันเกิดทั้งที
ไปเลี้ยงที่ไหน ไปเธคไหน แต่ไปไม่ได้ไง
เพราะม่านเหมือนเป็น "กฎ" อ่ะ ว่าวันเกิด ต้องกินข้าวกับครอบครัว
หากอยากไปกับเพื่อน อาจได้ไป "ก่อน - หลัง" วันเกิด
แต่มาปีนี้ ปีที่ เราไม่ได้ทำในสิ่งที่เราทำมาตลอด
มีน้ำตาคลอ ๆ เหมือนกันน่ะ ดีน่ะ ที่มีแม่คอยอยู่ข้าง ๆ
ดีน่ะ ที่มีพ่อส่งเสียงมาตามสาย
เราต้องโตแล้วน่ะ พูดกับตัวเอง อย่างงี้ เวลาน้ำตาจะไหล
เราต้องเข้มแข็ง มากขึ้นกว่านี้
อ้วนเอง ตื่นเช้ามาก็ผัดหมี่ซั่วให้เรากิน
เพราะเราบอกว่า วันเกิดเรา ตอนเช้าโดยปกติ "ทุกปี" แม่จะผัดหมี่ซั่วให้กิน
ตามความเชื่อ (ของแม่) ว่าจะมีอายุยืนยาว
อ้วนก็มาผัดให้กิน แทนแม่ ที่เปลียนจะผัดให้เรากิน มาเป็นยืนกำกับอ้วนทำ
วันนี้อ้วนทำอาหารบ้านเค้าให้เรากินในตอนเย็น
และทำเค้กช้อคโกแลต ให้อีก แต่ไม่มีเทียน "เหตุผลเพราะลืมซื้อเทียน"

ไม่มีเพลง Happy Birth day เพราะอย่างที่บอก อ้วนขี้อาย
อายที่จะร้องเพลง
ทำเค้กเสร็จ ก็เอามาผ่า แม่หันมามองหน้า
เข้าใจสายตาแม่เลย ว่าอารมณ์ประมาณไหน
เอิ๊กกกก
เค้กช้อคโกเลต ไม่มีเขียนหน้าเค้ก ไม่มีเทียน ไม่มีเพลง
แต่ทุกอย่าง "ทำจากใจ"
ตัดเค้ก ให้ทุกคนกิน เค้กของเราที่เจ้ามาริอุส สั่งการเรียบร้อยว่า
พรุ่งนี้ ห่อเค้กให้ไปกินที่โรงเรียนด้วย
"ห้ามกินเยอะน่ะ" เดี๊ยวหมด

ม่านเค้กใครว่ะเนี้ย?
มาจนวันนี้ วันที่ 19 ธันวาแล้ว
เจ้าเตเต้ ยังไม่มีทีท่าอยากออกมาเล่นกับเราเลย
เราได้แต่ร้องเพลง รอฉันรอเธออยู่ แต่ไม่รู้เธออยู่หนใด
เธอจะมา เธอจะมาเมื่อไหร่ ๆ นัดฉันไว้ทำไมไม่มา .........
พรุ่งนี้ถึงกำหนดคลอดแล้ว 40 สป. ไม่รู้จะเลยกี่วันกว่าคุณชายเตเต้
จะยอมเผยโฉม
ณ ได้แต่รอ
ปล. ขอโทษนะคะ ช่วงนี้ หากไม่ได้เข้าไปเยี่ยมเยี่ยนหรือตอบกลับไดใครเลย
โดยแม่ยึดคอมคะ ตั้งแต่แม่มา แม่คงเบื่อ เลยติด Thaitv มาก นั่งดูทั้งวัน
ทำให้เราหาโอกาสยากมากที่จะทำการปฏิวัติ ยึดคอมคืน ได้แต่รอเวลาแม่หลับก่อน
กับเวลาที่สายตาเค้าเมื่อยล้าแล้วจิง ๆ เพราะจ้องคอมจัด 555+
ขอบคุณประสบการณ์ดี ๆ จากพี่คนนึงในนอร์เวย์ที่มาเมนท์ให้ความรู้กันน่ะคะ
ขอบคุณพี่หมู พี่ส้ม พี่ปุก พี่นะ พี่ผึ้งและพี่ ๆ เพื่อน ๆ ทุก ๆ คนที่แวะมาเยี่ยมเยี่ยนกัน
เป็นห่วงเป็นใยกัน บางครั้งเปิดมาอ่านคอมเมนท์ก็ทำให้ยิ้มและมีกำลังใจได้เยอะเหมือนกันน่ะ
เจ้าแนนการบ้านแก ฉ่านติดไว้ก่อนน่ะ ไว้แม่เผลอแล้วเราค่อยเจอกันน่ะ ^^
รี ย้ายบ้านแล้วถ่ายรูปมาให้ดูเยอะ ๆ เลยน่ะ ฉ่านชอบบ้านแกอ่ะ ^^
เตเต้ออกมาชมโลกเมื่อไหร่ จะส่งข่าวให้และเปิดเผยโฉมหน้าให้ดูกันคะ
มีความสุขในวันคริสมาส และ วันปีใหม่ กันทุก ๆ คนน่ะคะ
จุ๊ฟ ๆๆๆ
หมูน้อยตุ้มและครอบครัวกรอสตาด
|